วิตามินอี มีดีต่อผิวอย่างไร

วิตามินบำรุงผิว ช่วยในการบำรุงผิวให้ชุ่มชื่น ลดการเกิดริ้วรอย ช่วยในการผลัดเซลล์ผิว สมานแผล ลดการอักเสบของสิว บำรุงเล็บ บำรุงผม เสริมการทำงานของฮอร์โมนเพศให้สมดุล เป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ต้านอนุมูลอิสระ

วิตามินอีจากแหล่งธรรมชาติ

พบใน ถั่วเมล็ดแห้ง ไข่ ผักใบเขียว ข้าวซ้อมมือ เมล็ดทานตะวัน ถั่วเหลือง งา เป็นต้น

วิตามินบำรุงผิว

ปริมาณการรับประทานที่เหมาะสม วิตามินบำรุงผิว

วิตามินอีมีส่วนสำคัญในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายของเราก็จริง แต่ถ้าร่างกายมีวิตามินอีสูงมาก ก็อาจขัดขวางการดูดซึมวิตามินเอ ขนาดรับประทนในแต่ละวันที่แนะนำ คือ 400 IU และไม่ควรรับประทานติดต่อกันเกิน 3 เดือน เพราะวิตามินตัวนี้จะสะสมที่ไขมันได้และมีผลเสียต่อตับได้

3.ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids)

ฟลาโวนอยด์ ถือว่าเป็นวิตามินที่มีโรงสร้างโมเลกุลเหมือนกับฮอร์โมนเพศหญิง หรือเอสโตรเจน จึงเป็นตัวช่วยในเรื่องของความชุ่มชื้นความเต่งตึงของผิวพรรณ มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในกระแสเลือด ช่วยให้เม็ดเลือดไม่จับตัวเป็นก้อนจนอุดตัน ป้องกันการเกิดมะเร็ง เป็นสารต้านจุลินทรีย์ นอกจากนี้ยังเป็นสารต้านอาการแพ้ ต้านไวรัส ต้านการอักเสบ แต่สิ่งที่น่าสนใจมากที่สุดคือ คุณสมบัติในการเป็นสารแอนติออกซิแดนท์ โดยสารฟลาโวนอยด์ มีความสามารถในการลดการเกิดอนุมูลอิสระ หรือหากเกิดมีอนุมูลอิสระเกิดขึ้นแล้ว ฟลาโวนอยด์ก็สามารถกำจัดได้ ทั้งนี้ มีการศึกษาหลายชิ้นพบว่าฟลาโวนอยด์บางชนิดมีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระเหนือกว่าวิตามินซี

แหล่งของอาหารที่พบฟลาโวนอยด์มาก ได้แก่ พืช ผักและผลไม้ เช่น ยอ ถั่วเหลือง กระชายดำ สารสกัดจากเมล็ดองุ่น รวมทั้งเครื่องดื่มต่างๆ เช่น ชา และไวน์ เป็นต้น

ฟลาโวนอยด์ มีดีต่อผิวอย่างไร

ช่วยในเรื่องของความชุ่มชื้น ความเต่งตึงของผิวพรรณต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในกระแสเลือด ทั้งสารต้านอนุมูลอิสระอย่าง ฟลาโวนอยด์ จัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง จากการศึกษาวิจัยพบว่าสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกและเส้นเลือดภายในเนื้องอกได้อีกด้วย วิตามินบำรุงผิว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *